เปลี่ยนการแสดงผล thA-AA+

หนังสือ Principles by Ray Dalio Part : 1

หนังสือ Principles by Ray Dalio Part : 1

หลายคนมีหนังสือที่มีอิทธิพลต่อชีวิตนะครับ ของผมเองก็เล่มนี้เป็นหนึ่งในนั้น เป็นหนังสือที่สอนแง่คิดการใช้ชีวิต และ Framework หลักในการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ของชีวิตครับ

หนังสือเล่มแปลจริงฉบับ Official วางขาย แล้ว ที่ https://www.investing.in.th/principles

ผมชอบหนังสือเล่มนี้ เพราะ มันสื่อสารชัดเจนว่า “ชีวิตต้องมีหลักการ” และหนังสือเล่มนี้คือ หลักการการใช้ชีวิตของชายที่ประสบความสำเร็จระดับโลก Mr.Ray Dalio ผู้ก่อตั้ง BridgeWater บริษัทที่ปรึกษากองทุนด้านป้องกันความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เขียนหนังสือเล่มนี้ออกมาด้วยตัวเอง

ตอนแรกหนังสือเล่มนี้ปล่อยฟรี online บน www.principles.com นะครับ แต่ตอนนี้เอาลงไปแล้วและเหมือนกำลังจะขายหนังสือเล่มนี้ผ่าน amazon ใน Q4 ปีนี้นะครับ ผมเลยขออณุญาติแปลหนังสือเล่มนี้เผื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกท่านครับ ผมแบ่งหนังสือเป็น 3 ตอนครับ เพราะแปลมาทั้งเล่มเลย

ยาวหน่อย แต่อ่านเถอะครับ…เพื่อให้ได้ทุกสิ่งในชีวิตคุณต้องการ :)

Edit นิดนึงว่าผมดันบังเอิญได้เป็นผู้แปลเล่มจริงออกมา และเป็นเล่ม Official ด้วย สั่งเล่มออนไลน์ได้เลยที่ https://www.investing.in.th/principles


PRINCIPLES BY RAY DALIO
หลักการ (PRINCIPLES)

เนื้อหาต่อไปนี้ถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน ซึ่งสามารถอ่านทำความเข้าใจแบบแยกกัน หรือแบบเกี่ยวโยงกันทั้งหมดก็ได้ โดยส่วนที่ 1 อธิบายถึงวัตถุประสงค์และความสำคัญของหลักการใบบริบททั่วไป ส่วนที่ 2 อธิบายถึงหลักการพื้นฐานของชีวิต ที่ผมนำมาประยุกต์ใช้กับทุกอย่างในชีวิตของผม ส่วนที่ 3 อธิบายถึงหลักการจัดการของผมขณะอยู่ที่บริษัทของผมบริดจ์วอเตอร์ (Bridgewater) เนื่องจากหลักการจัดการเหล่านี้เป็นเพียงหลักการพื้นฐานของชีวิตที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการ การอ่านเนื้อหาในส่วนที่ 2 จะช่วยให้คุณเข้าใจส่วนที่ 3 ได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณสามารถข้ามไปอ่านในส่วนที่ 3 เลยก็ได้เช่นกัน แล้วคุณจะเข้าใจหลักการบริหารจัดการ และวิธีการที่บริดจ์วอเตอร์นำไปใช้งาน ในอนาคตผมอยากเขียนเนื้อหาส่วนที่ 4 ซึ่งเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับหลักการลงทุนของตัวผมเอง หากคุณกำลังเสาะหาผลกำไรสูงสุดจากเงินหนึ่งดอลลาร์ (เช่น การทำความเข้าใจเรื่องความพยายาม) ผมแนะนำให้คุณอ่านส่วนที่ 1 ส่วนที่ 2 และส่วนเริ่มต้นของเนื้อหาส่วนที่ 3 (ผ่านส่วนสรุปและตารางหลักการ) นั่นจะทำให้คุณเห็นภาพรวมเกือบทั้งหมด โดยเนื้อหาทั้งหมดมีเพียงประมาณ 55 หน้าของหนังสือขนาดปกติ

เหนือสิ่งอื่นใด ผมอยากให้คุณคิด ‘เพื่อตนเอง’ ทุกครั้งที่ทำการตัดสินใจ — 1) อะไรคือสิ่งที่คุณต้องการ 2) อะไรคือสิ่งที่เป็นความจริง และ 3) คุณต้องทำอย่างไรกับมัน ผมต้องการให้คุณทำเช่นนั้นด้วยความรอบคอบชัดเจนเพื่อให้ได้รับในสิ่งที่คุณต้องการ ผมเขียนหนังสือเล่มนี้เพื่อช่วยให้คุณทำเช่นนั้นได้ ผมขอเพียงสองสิ่งจากคุณเท่านั้น นั่นก็คือ 1) คุณจะต้องเปิดใจให้กว้าง (Open-minded) และ 2) ตอบทุกคำถามอย่างจริงใจเกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องการ สิ่งที่เป็นความจริง และคุณต้องการที่จะทำอย่างไรกับมัน ถ้าคุณทำสิ่งเหล่านี้แล้วผมเชื่อว่าคุณจะได้รับสิ่งดีดีจากหนังสือเล่มนี้ ถ้าคุณไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ คุณควรพิจารณาว่าเหตุใดคุณถึงไม่สามารถทำได้ เพราะคุณอาจได้ค้นพบหนึ่งในอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และสามารถกำจัดมันออกจากชีวิตของคุณได้

บทนำ (Introduction)

หลักการ คือ แนวคิดที่สามารถนำมาใช้ซ้ำในสถานการณ์ที่คล้ายกัน ซึ่งต่างจากคำตอบที่ระบุเนื้อหาในวงแคบสำหรับคำถามเฉพาะ ทุกเกมส์ๆ มีหลักการสำหรับผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จเพื่อให้ได้รับชัยชนะในการเล่น เช่นเดียวกันกับชีวิต หลักการเป็นวิธีของการจัดการที่ประสบความสำเร็จด้วยกฎตามธรรมชาติหรือกฎของชีวิต ผู้ที่เข้าใจสิ่งเหล่านี้มากกว่าจะรู้วิธีการสร้างปฏิสัมพันธ์ต่อโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจน้อย หลักการที่แตกต่างกันถูกนำไปใช้กับด้านต่างๆของชีวิต เช่น การมี “หลักการในการเล่นสกี” สำหรับการเล่นสกี “หลักการเลี้ยงดู” สำหรับการอบรมเลี้ยงดูบุตร “หลักการในการจัดการ” สำหรับการบริหารจัดการ “หลักการลงทุน” สำหรับการลงทุน ฯลฯ และยังมี “หลักการชีวิต” ที่มีอิทธิพลต่อวิธีการในการปฏิบัติของเราต่อสิ่งทั้งปวง และแน่นอน แต่ละบุคคลติดตามหลักการที่แตกต่างกันซึ่งพวกเขาต่างเชื่อว่าเป็นหลักการที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง

ผมมั่นใจว่าความสำเร็จต่างๆที่บริดจ์วอเตอร์และผมได้รับ เป็นผลมาจากการดำเนินการของเราด้วยหลักการที่ชัดเจน การสร้างวัฒนธรรมที่ดี การค้นหาบุคคลที่เหมาะสม การบริหารจัดการให้พวกเขากระทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์และเป็นระบบ ซึ่งเป็นความท้าทายที่ทุกองค์กรจะต้องเผชิญ สิ่งที่แตกต่างกันคือวิธีการที่พวกเขาใช้ในการจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ หลักการที่ระบุไว้ในหน้าต่างๆเป็นไปตามการถ่ายทอดวิธีการที่เป็นเอกลักษณ์ในการทำสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเป็นเหตุผลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนใครของเรา ความสำเร็จของบริดจ์วอเตอร์เป็นผลมาจากการดำเนินงานของบุคคลที่มีความสามารถตามหลักการที่กำหนดไว้ในหนังสือเล่มนี้ และมันจะดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ หากบุคคลที่มีความสามารถเหล่านี้หรือบุคคลอื่นๆดำเนินการใช้หลักการนี้อย่างต่อเนื่อง และแทบทุกคนสามารถทำได้หากพวกเขาเต็มใจที่จะทำ

สิ่งที่เขียนในหนังสือเล่มนี้เป็นเพียงแค่ความเข้าใจส่วนบุคคลเกี่ยวกับ: หลักการพื้นฐานในชีวิต วิธีการกระทำเพื่อให้ได้รับสิ่งที่ตนเองต้องการ และ “หลักการในการจัดการ” ซึ่งอยู่บนพื้นฐานเหล่านั้น เมื่อนำมารวมกัน หลักการเหล่านี้จะหมายถึงการวาดภาพกระบวนการที่เป็นระบบสำหรับการแสวงหาความจริงและความเป็นเลิศ รวมถึงรางวัลที่มาพร้อมกับการแสวงหานี้ ผมนำเนื้อหาเหล่านี้มารวมกันและเขียนขึ้นสำหรับการพิจารณาของบุคคลเพื่อช่วยบริดจ์วอเตอร์และบุคคลที่ผมให้ความสำคัญมากที่สุด

กระทั่งเมื่อเร็วๆนี้ ผมไม่ได้เขียนหลักการเหล่านี้ออกมาเพราะรู้สึกว่ามันเป็นข้อสันนิษฐานสำหรับผมในการบอกกล่าวบุคคลอื่นๆเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาสามารถนำไปใช้ได้ดีที่สุดสำหรับพวกเขา แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมมองเห็นบุคคลจำนวนมากที่ผมรักและห่วงใยต่อสู้ดิ้นรนกับปัญหาเหล่านี้และผมต้องการช่วยเหลือพวกเขา; ผมยังพบว่าปัญหาของพวกเขามักจะเป็นผลมาจากการละเมิดหรือฝ่าฝืนหลักการเหล่านี้ และปัญหาเหล่านั้น สามารถแก้ไขได้โดยใช้หลักการเหล่านี้ ดังนั้นผมจึงเริ่มต้นด้วยการระบุประเภทของปัญหาและสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา เมื่อผมเริ่ม ผมไม่ทราบว่ามีหลักการจำนวนมากน้อยแค่ไหนที่ผมจะนำมาใช้โดยผ่านกระบวนการนี้ ผมพบว่ามีประมาณ 200 หลักการที่ครอบคลุมปัญหาทั้งหมด ผมแน่ใจว่าผมจะคิดค้นได้มากขึ้นเมื่อผมเรียนรู้มากขึ้น

เมื่อผมกล่าวว่าสิ่งเหล่านี้เป็นหลักการของผม นั่นไม่ได้หมายความในทางที่ต้องการแสดงความเป็นเจ้าของหรือในลักษณะที่พูดถึงตัวเอง ทว่า ผมเพียงแค่หมายความว่ามันเป็นคำอธิบายเกี่ยวกับความเชื่อส่วนบุคคล ผมเชื่อว่าบุคคลที่ผมทำงานด้วยและให้ความสำคัญเกี่ยวกับการคิดสำหรับตัวพวกเขาเอง ผมกำหนดหลักการเหล่านี้และอธิบายตรรกะประกอบไว้ด้วย เพื่อให้สามารถร่วมกันสำรวจข้อดีและทดสอบ(Stress Test ) มันได้ ซึ่งผมมั่นใจว่าหลักการเหล่านี้สามารถนำไปใช้งานได้ดี เพราะผมใช้ความคิดอย่างหนักเกี่ยวกับมันและใช้เวลาหลายปีในการตรวจสอบข้อเท็จจริง กับบุคคลที่มีความฉลาดหลายร้อยคน รวมถึงบุคคลที่มีความสงสัยเคลือบแคลง ผมยังเชื่อว่าไม่มีอะไรแน่นอน ผมเชื่อว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่เราคาดหวังมีความเป็นไปได้สูง โดยการนำสิ่งเหล่านี้มารวมกันและทดสอบมัน ดังนั้นความน่าจะเป็นที่มันจะถูกต้องก็เพิ่มมากขึ้นด้วย

ผมยังเชื่อว่าหลักการเหล่านั้นมีคุณค่าและประโยชน์อย่างมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากการเผชิญหน้ากับความจริงและการสะท้อนในการเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งไม่ได้มาจากการสอน หรือเพียงแค่ยอมรับหลักการของบุคคลอื่น ดังนั้น ผมจึงนำสิ่งเหล่านี้มาร่วมเขียนเพื่อสะท้อนให้เห็นเมื่อคุณต้องเผชิญกับความเป็นจริง และนั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณจะสุ่มสี่สุ่มห้าปฏิบัติตาม สิ่งที่ผมคาดหวังมากที่สุดคือคุณและบุคคลอื่นๆจะใช้การพิจารณาอย่างระมัดระวังและพยายามนำหลักการเหล่านี้ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสำหรับการเสาะหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง ผ่านการเสาะหาจากสิ่งเหล่านี้ และการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น ไม่เพียงแต่จะมีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น แต่พวกเขาจะสร้างวิวัฒนาการจาก “หลักการของเรย์” ไปสู่ “หลักการของเรา” และเรย์จะจางหายไปจากภาพในลักษณะเช่นเดียวกันกับความจำของบุคคลเกี่ยวกับผู้สอนการเล่นสกีหรือเทนนิส และบุคคลจะให้ความสนใจเพียงแค่สิ่งที่ใช้งานได้ดีสำหรับพวกเขา ดังนั้น เมื่อแยกย่อยออกมาในแต่ละหลักการ กรุณา . . .

. . . ถามตัวเองว่า “เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ?”

ก่อนที่ผมจะพูดคุยเกี่ยวกับหลักการจัดการของตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานในชีวิตของผม เนื่องจากหลักการบริหารจัดการของผมนั้นเป็นส่วนเพียงส่วนต่อขยายจากหลักการพื้นฐานของชีวิตของผมเท่านั้น

ในส่วนที่ 1 อธิบายคำว่า “หลักการ” ตามความหมายของผม ทำไมจึงเชื่อว่าหลักการเหล่านี้มีความสำคัญ และวิธีการที่มีความจำเป็นเพื่อให้ชีวิตคุณได้ในสิ่งที่คุณต้องการ

ในส่วนที่ 2 อธิบายหลักการที่เป็นพื้นฐานในชีวิต เป็นการอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่เชื่อว่าเป็นวิธีที่ดีสุดของการโต้ตอบกับความจริงที่จะต้องเรียนรู้ว่าเป็นอย่างไร และวิธีการในการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเพื่อให้คุณได้รับในสิ่งที่คุณต้องการ นอกจากนี้ ยังอธิบายสิ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นกับดักที่พบได้มากที่สุด ซึ่งบุคคลทั่วไปไม่ได้ป้องกันจากการกระทำเพื่อให้ได้รับในสิ่งที่พวกเขาต้องการ และวิธีการใช้ชีวิตที่ดียิ่งขึ้นโดยการหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้น ผมเขียนเนื้อหาเหล่านี้เพื่อให้คุณสามารถเข้าใจได้ดีมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับหลักการอื่นๆของผม กระนั้น คุณไม่จำเป็นต้องอ่านเนื้อหาในส่วนนี้เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาในส่วนอื่นๆ

ส่วนที่ 3 เป็นเรื่องเกี่ยวกับหลักการบริหารจัดการ เนื่องจากผมทำงานที่บริดจ์วอเตอร์มานานกว่า 35 ปี ในส่วนนี้จะอธิบายวิธีการที่บริดจ์วอเตอร์ใช้จนถึงขณะนี้ เริ่มต้นที่ภาพใหญ่ ระดับความคิดที่มีคำอธิบายว่าทำไมผมจึงเชื่อว่าผลลัพธ์ของบริษัทใดๆโดยส่วนใหญ่ถูกกำหนดโดยบุคคลและวัฒนธรรมของบริษัทนั้นๆ จากนั้นก็เจาะลึกลงในสิ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นหลักการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการสร้างวัฒนธรรมที่ดีในการจ้างบุคคลที่เหมาะสม และจัดการให้พวกเขาบรรลุความเป็นเลิศ การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและสร้างการตัดสินใจที่ดี

ยังมีประเภทอื่นๆอีกมากมายของหลักการ ยกตัวอย่างเช่น ผมหวังว่า วันหนึ่งในภายภาคหน้า จะเขียนเกี่ยวกับ หลักการลงทุน อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้หลักการจัดการยังเป็นสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด ดังนั้นนี่จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่เข้าเรื่องและสามารถใช้งานได้สำหรับผม

PART 1 ความสำคัญของหลักการ

ผมเชื่อว่าการมีหลักการที่สามารถใช้งานได้เป็นสิ่งจำเป็นในการกระทำเพื่อกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการออกไปจากชีวิต นอกจากนี้ ผมยังเชื่อว่าการจะเข้าใจซึ่งกันและกันเราก็ต้องเข้าใจหลักการของกันและกันด้วย นั่นคือเหตุผลที่ผมเชื่อว่าเราจำเป็นต้องพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นนี้

เราจะเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบคำถามดังต่อไปนี้:

หลักการคืออะไร ?

ทำไมหลักการจึงมีความสำคัญ ?

หลักการเหล่านี้มาจากไหน ?

คุณมีหลักการที่ใช้ในการดำรงชีวิตหรือไม่ ? และมันคืออะไร ?

ทำไมคุณจึงคิดว่าหลักการเหล่านั้นสามารถใช้งานได้ดี ?

กรุณาตอบทุกคำถามด้วยความซื่อสัตย์ โดยไม่ต้องกังวลว่าผมหรือคนอื่นๆจะคิดอย่างไร ความซื่อสัตย์นี้จะช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตที่สะดวกสบายกับหลักการของตนเอง และตัดสินตนเองด้วยวิธีการที่คุณใช้หลักการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง หากคุณยังไม่มีความคิดเกี่ยวกับหลักการ ไม่ต้องกังวล เราจะเรียนรู้ไปด้วยกัน ขอเพียงแค่คุณเปิดใจ

หลักการคืออะไร ?

ค่านิยมของคุณคือสิ่งที่คุณพิจารณาว่ามีความสำคัญ โดยแท้จริงแล้วคือสิ่งที่คุณค่ากับมัน หลักการจึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณสามารถมีชีวิตที่สอดคล้องกันกับค่านิยมเหล่านั้น หลักการจะเชื่อมโยงค่านิยมไปสู่การกระทำ; เป็นแนวทางในการกระทำของคุณและช่วยคุณให้ประสบความสำเร็จด้วยกฎแห่งความจริง ซึ่งจะเป็นไปตามหลักการที่คุณใช้เมื่อคุณเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบาก

ทำไมหลักการจึงมีความสำคัญ ?

ทุกคนที่ประสบความสำเร็จล้วนดำเนินการตามหลักการที่ช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จ หากไม่มีหลักการ คุณจะถูกบังคับให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อตัวคุณและในการตัดสินใจเพื่อให้ได้รับในสิ่งที่คุณต้องการ ฉะนั้น มันจะช่วยคุณในการใช้ประโยชน์สูงสุดในชีวิต ในขณะที่การดำเนินการโดยไม่มีหลักการไม่ดีต่อบุคคล และยิ่งเลวร้ายสำหรับกลุ่มบุคคล (เช่น บริษัท) เพราะจะนำไปสู่การไม่เข้าใจคุณค่าของตนเองและวิธีการปฏิบัติตนเพื่อให้สอดคล้องกับคุณค่าเหล่านั้น

หลักการเหล่านี้มาจากไหน ?

บางครั้งเราบิดเบือนหลักการของเราเอง และบางครั้งก็ยอมรับหลักการของคนอื่น หรือรูปแบบองค์รวมของหลักการ เช่น ศาสนาและระบบกฎหมาย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเป็นสิ่งไม่ดีในการใช้หลักการของคนอื่น เพราะเป็นเรื่องยากที่จะมาจากตัวคุณเองทั้งหมดและหลักการดีๆก็มีอยู่แล้วจากสิ่งเหล่านั้น แต่การใช้หลักการเหล่านี้โดยไม่คิดไตร่ตรองไว้ก่อน จะส่งผลให้คุณได้รับความเสี่ยงจากความไม่สอดคล้องกับค่านิยมที่แท้จริง การยึดถือหลักการที่ไม่เข้ากันอาจนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างค่านิยมและการกระทำ เฉกเช่นคนหน้าซื่อใจคด ที่กล่าวอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาแต่มีพฤติกรรมสวนทางกับหลักคำสอน หลักการของคุณจำเป็นต้องสะท้อนค่านิยมให้เห็นถึงสิ่งที่คุณเชื่อมั่นอย่างแท้จริง

คุณมีหลักการที่ใช้ในการดำรงชีวิตหรือไม่ ? และมันคืออะไร ?

หลักการเป็นตัวกำหนดมาตรฐานของพฤติกรรมของคุณ เมื่อคุณเข้าสู่ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆ คุณและหลักการจะกำหนดวิธีการที่ใช้ในการโต้ตอบ บุคคลที่คุณร่วมแบ่งปันค่านิยมและหลักการไปด้วยกัน บุคคลที่ไม่ผ่านความเข้าใจผิดและความขัดแย้งกับบุคคลอื่นๆ บ่อยครั้งในความสัมพันธ์ หลักการของแต่ละบุคคลนั้นไม่ชัดเจน ลองคิดถึงบุคคลที่คุณใกล้ชิดมากที่สุด ค่านิยมของพวกเขาสอดคล้องกับคุณหรือไม่ ?

อะไรคือสิ่งที่คุณให้คุณค่ามากที่สุด ?

ทำไมคุณจึงคิดว่ามันสามารถใช้งานได้ ?

หลักการที่มีคุณค่ามากที่สุด มาจากประสบการณ์และการสะท้อนความคิดเห็นของเราเกี่ยวกับประสบการณ์เหล่านั้น ทุกครั้งที่ต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากต่อการตัดสินใจ เราปรับปรุงหลักการโดยการถามตัวเองด้วยคำถามที่ยาก ยกตัวอย่างเช่น เมื่อตัวแทนของเราในวอชิงตันกำลังตรวจสอบพฤติกรรมด้านจริยธรรมในส่วนต่างๆของสังคม พวกเขาจะต้องเผชิญกับคำถาม เช่น “รัฐบาลควรจะลงโทษบุคคลที่มีจริยธรรมไม่ดี หรือควรทำเพียงแค่เขียนกฎหมายและบังคับใช้กฎหมาย” คำถามประเภทนี้ ในกรณีนี้ เกี่ยวกับลักษณะของรัฐบาล ควรทำการประเมินอย่างรอบคอบสำหรับวิธีการทางเลือก การประเมินเหล่านี้จะนำไปสู่หลักการที่สามารถนำไปใช้ในโอกาสที่คล้ายกันได้ในอนาคต สำหรับอีกหนึ่งตัวอย่าง “ฉันจะไม่ขโมย” สามารถเป็นหลักการที่คุณใช้อ้างถึงเมื่อมีทางเลือกของการขโมยเกิดขึ้น แต่เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ละหลักการจะต้องสอดคล้องกับค่านิยมของคุณ และในความต่อเนื่องนี้คุณควรจะถามคำถามว่า ทำไม? เหตุผลที่คุณไม่ควรขโมยเพราะคุณรู้สึกเห็นใจเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายใช่หรือไม่ ? หรือเป็นเพราะคุณกลัวโดนตำรวจจับ ? โดยการถามคำถามดังกล่าว เราปรับปรุงความเข้าใจของเรา และพัฒนาหลักการเพื่อให้สอดคล้องกับค่านิยมหลัก เพื่อให้ประสบความสำเร็จ คุณจะต้องทำการตัดสินใจอย่างถูกต้อง ในตัวเลือกที่ยากลำบาก คุณจะต้องสามารถ “ตัดตัวเลือกทิ้งได้” ทั้งในระดับบุคคลและ หากคุณเป็นผู้นำในระดับกลุ่ม และการเป็นผู้นำที่ดี เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้ว่า คุณจะต้องตัดสินใจด้วยความเข้าใจและใส่ใจผู้คนของคุณ ไม่ใช่เพียงแค่กระทำตามพวกเขา

คุณจะต้องตอบคำถามเหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง สิ่งที่ผมคาดหวังมากที่สุดคือ การที่คุณใช้การพิจารณาอย่างรอบคอบในหลักการที่เราสำรวจในเอกสารฉบับนี้ และพยายามนำมาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการในการค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง คำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้พัฒนาจาก “หลักการของเรย์” ไปสู่ “หลักการของฉัน” และ “เรย์” จะเลือนหายไปจากภาพเช่นเดียวกับความทรงจำเกี่ยวกับผู้สอนเล่นสกีหรือโค้ชสอนบาสเกตบอลที่จะเลือนหายไปหลังจากคุณมีความเชี่ยวชาญในการเล่นแล้ว

ผมเชื่อว่า การนำหลักการมาใช้โด

^