เปลี่ยนการแสดงผล thA-AA+

นโยบายส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุผ่านพรรคปชป.

นโยบายส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุผ่านพรรคปชป.

กระบวนการที่
1
                   นายกสมาคมฯ แจ้งว่าเบื้องต้นได้ทำการประสานงานกับนักวิชาการ โดยให้นักวิชาการนำเสนอต่อนักกายภาพบำบัดที่สนใจ โดยส่งเรื่องประชาสัมพันธ์ไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อนำมาเป็นทีมในการทำโครงการ ทีมสมาคมฯ ได้แก่ รศ.กภ.วิชัย ผศ.กภ.ประภาส กภ.สินีนาฏ และ กภ.ศิรินทิพย์ โดยผลงานวิจัยให้ตีพิมพ์เผยแพร่ผ่านทางวารสารสมาคมฯ ขอให้ทางบรรณาธิการสนับสนุนด้านการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารสมาคมฯตามเกณฑ์ของวารสารฯ มีการจัดทำการประชุมและรายงานผลร่วมกับสมาคมฯ เพื่อรวบรวมผลลัพธ์ในการทำโครงการใหญ่อีกครั้ง
                                                     

 
                                                                                                                                             
                                                                  

         กระบวนการที่ 2
                   นายกสมาคมฯทำการนำเสนอบทบาทของนักกายภาพบำบัดต่อการส่งเสริมสุขภาพของ
ผู้สูงอายุ โดยมีเนื้อหาโดยย่อ ดังนี้ จำนวนผู้สูงอายุมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผลต่อภาวะสุขภาพ อัตราส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นผกผันกับจำนวนการเกิดของเด็ก ควรส่งเสริมให้ผู้สูงอายุแข็งแรงและลดภาระการดูแล สถานการณ์การเสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ ส่งผลต่อภาวะทุพพลภาพ และสูญเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายเป็นการป้องกันและส่งเสริมผู้สูงอายุให้มีสุขภาพแข็งแรง ทางสมาคมฯจึงได้นำเสนอโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยวิถีไทย ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ การสร้างคนหรือองค์ความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลแบบเฉพาะเจาะจง ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 55 ล้านบาท ครอบคลุม 7,256 ตำบล เป้าหมายสร้างให้เกิดเป็นพฤติกรรมในการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเข้าใจและวิธีการถูกต้อง ใช้พลังในชุมชนให้เกิดการยั่งยืนต่อไป
                   หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงปัญหาความขาดแคลนบุคลากร ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน วิชาชีพต้องการความชัดเจน มีกฎหมายรองรับวิชาชีพ แต่ความคุ้นชินในการใช้บุคลากรยังเป็นปัญหา การเติบโตของเอกชน ทำให้บุคลากรภาครัฐถูกดึงไป ในส่วนของผู้สูงอายุ ด้วยทรัพยากรที่มีความจำกัด จึงมีนโยบายเรื่องเบี้ยยังชีพให้เป็นสิทธิพื้นฐานของผู้สูงอายุ เป็นต้น ส่งเสริม ป้องกัน รักษาฟื้นฟู ทางพรรคต้องการผลักดัน สสส. สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ อสม. และการกระจายอำนาจ ทีมดูแลติดบ้านติดเตียง ปรับทางด้านกายภาพของบ้าน คนในเมืองจะไม่ค่อยมีกิจกรรมทางกาย โครงสร้างผู้สูงอายุ ระบบหลักประกันสุขภาพ การแก้โครงสร้างประชากรค่อนข้างยาก เป้าหมายของจำนวนนักกายภาพบำบัดต่อจำนวนประชากร 10,000:1 คน แต่ปัจจุบันเป็น 30,000:1 คน แนวโน้มการศึกษาทุกวิชาชีพลดลงตามจำนวนประชากร โครงการของสมาคมฯเป็นโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล หากมีการผลักดันแค่เพียงสมาคมฯ อาจไม่เพียงพอต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ที่อยู่ในหน่วยงานหรือรัฐบาลเข้ามาร่วมกันผลักดัน ทัศนคติของผู้ป่วยยังต้องการรักษามากกว่าป้องกัน แต่แนวโน้มในปัจจุบันผู้ป่วยไม่อยากผ่าตัดจึงหันมาทางด้านการรักษาทางกายภาพบำบัดหรือการออกกำลังกาย
                   จากการวิพากย์ร่วมกันทางพรรคประชาธิปัตย์ ควรให้มีใบประกาศให้แก่ อสม. หรือผู้นำของหมู่บ้าน การออกกำลังกายหากไม่เริ่มตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน เมื่อเป็นผู้ใหญ่อาจจะไม่ทำการออกกำลังกายแทนที่จะไปผู้สูงอายุอย่างเดียว หากปลูกฝังตั้งแต่เด็กอาจทำให้ตระหนักถึงข้อดี ประโยชน์ของการออกกำลังกาย ในโรงเรียนการสอนพละปลูกฝังแค่ความเป็นเลิศทางกาย ไม่ได้เน้นย้ำประโยชน์ของการออกกำลังกาย แต่ประเด็นที่จะทำให้มาออกกำลังกาย คือ ความสนุก หากมีกิจกรรมนี้เกิดขึ้น จะเป็นกิจกรรมกลุ่มมีการพบปะพูดคุยกัน ขึ้นอยู่กับการเทรนด์ผู้นำให้มีการปรับปรุงโปรแกรมการออกกำลังกายให้เหมาะกับสิ่งแวดล้อม การตรวจตา เช่น ต้อหิน ต้อกระจก หรือ ลานสายตา (จักษุแพทย์ทำได้) คนไข้เรื่องตาจากเบาหวาน ค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000 บาท ควรตรวจสม่ำเสมอ การตรวจ OCT อยากให้วิชาชีพเคลื่อนไหวต่อไปและบุคลากรที่มีจำกัดควรมีการสร้างเครือข่าย เช่น อสม. ในเรื่องของงบประมาณไม่เป็นปัญหา ปัญหาอยู่ที่การสร้างเครือข่าย การติดต่อไปยังแต่ละตำบล ข้อมูลต่างๆ (อัตราการล้ม เป็นต้น)  
^