เปลี่ยนการแสดงผล thA-AA+

10 รูปแบบโฆษณาที่ผู้บริโภคเชื่อถือมากที่สุด

10 รูปแบบโฆษณาที่ผู้บริโภคเชื่อถือมากที่สุด

นีลเส็น (Nielsen) บริษัทวิจัยด้านการตลาดและสื่อ เปิดเผยผลสำรวจล่าสุด “Global Trust in Advertising” ปี 2015 ซึ่งเกี่ยวกับรูปแบบโฆษณาประเภทไหนที่ผู้บริโภคเชื่อถือมากที่สุด  โดยการสำรวจครอบคลุมทั้งสื่อเดิม (Traditional Media) และสื่อดิจิตอล (Digital) มีผู้เข้าสำรวจกว่า 30,000 คน จาก 60 ประเทศทั่วโลก ผลสรุปที่น่าสนใจมีดังนี้

10 อันดับแรกรูปแบบโฆษณาที่น่าเชื่อถือมากที่สุด

ทั้งหมด 19 รูปแบบโฆษณาที่น่าเชื่อถือมากที่สุด แบ่งตามประเภทรูปแบบ (Format)

1.คำแนะนำจากคนรู้จัก 83%

2.เว็บไซต์แบรนด์ 70%

3.บทความโฆษณา (ในหนังสือพิมพ์ ฯลฯ) 66%

4.ความคิดเห็นที่โพสในออนไลน์  66%

5.โฆษณาทางทีวี 63%

6.ผู้สนับสนุน (สปอนเซอร์) 61%

7.โฆษณาในหนังสือพิมพ์ 60%

8.โฆษณาในนิตยสาร 58%

9.บิลบอร์ดและสื่อนอกบ้าน 56%

10.อีเมลล์ที่สมัครไว้   56%

11. Tie-in โปรดักซ์ในรายการทีวี 55%

12. โฆษณาก่อนภาพยนตร์ 54%

13. โฆษณาวิทยุ 54%

14. โฆษณาวีดีโอออนไลน์ 48%

15. โฆษณาผลลัพธ์จากการเสริซ 47%

16.โฆษณาทางโซเซี่ยลมีเดีย 46%

17. โฆษณาบนอุปกรณ์โมบาย 43%

18. แบนเนอร์ออนไลน์ 42%

19. โฆษณาข้อความมือถือ  36%

ในแง่ของ Paid Media  สื่อดั้งเดิมยังคงได้รับความน่าเชื่อมากกว่าโฆษณาออนไลน์หรือมือถือ  โฆษณาทีวียังมานำในกลุ่ม Paid Media ด้วย  63%  จากการสำรววจทั่วโลก ตามด้วยโฆษณาบนหนังสือพิมพ์ 60%  โฆษณานิตยสาร 58%  ขณะที่รูปแบบดิจิตอลน่าเชื่อถือมากที่สุด คือ วีดีโอออนไลน์   48%

แต่อย่างไรก็ตามสื่อ Earned Media และ Owned Media ยังได้ความน่าเชื่อถือจากผู้เข้าร่วมสำรวมมากกว่า Paid Media   โดยคำแนะนำจากคนรู้จัก ได้รับความน่าเชื่อถือสูงที่สุดในการสำรวจครั้งนี้ถึง 83% (พลังของ word of mouth) ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่าความคิดเห็นที่โพสในออนไลน์ และ บทความในหนังสือพิมพ์ (66%)ได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่า Paid Media ทั่วไป แม้ว่าโฆษณาทีวีจะในระดับสูงสุดในกลุ่ม   ส่วน Owned Media  อย่างเว็บไซต์ของแบรนด์ 70%  ตามมาด้วยผู้สนับสนุน (สปอนเซอร์) 61% และ อีเมล์ที่สมัครไว้  56%

– รูปแบบโฆษณาที่น่าเชื่อถือมากที่สุด แบ่งตามกลุ่มวัย

จากการสำรวจกว่า 30,000 ผู้สำรวจใน 60 ประเทศนั้นพบกว่ากลุ่ม Millennials (อายุ 21-34 ปี)  เชื่อในโฆษณา 18 รูปแบบมากกว่าผู้บริโภคในกลุ่มอื่นๆ มีเพียงโฆษณาบนวิทยุเท่านั้นที่น้อยกว่ากลุ่ม Generation X (อายุ 35-49 ปี)  ส่วนกลุ่มที่แตกต่างกันมากระหว่าง Millenials กับ Silents คือ เว็บไซต์แบรนด์  ความคิดเห็นที่โพสในออนไลน์  โฆษณาทีวี  โฆษณาก่อนภาพยนตร์  โฆษณาบิลบอร์ด และ รูปแบบดิจิตอลต่างๆ   กลุ่ม Millennials  เชื่อในกลุ่มดิจิตอลมากกว่ากลุ่มวัยที่สูงกว่า  แต่ความเหมือนกันของแต่ละกลุ่มวัยในการเชื่อโฆษณาคือ  เริ่มจาก Earned Media  ตามด้วย การผสานระหว่าง Traditional และ Owned  และรูปแบบดิจิตอลต่างๆ

– โฆษณาทำให้เกิด Action กับผู้บริโภคได้มากที่สุด

การสำรวจของ Nielsen ยังสำรวจไปถึงโฆษณาที่ทำให้เกิด Action หรือมีปฏิกริยาต่อโฆษณา ผลสำรวจพบว่าไม่แตกต่างจากผลสำรวจของความน่าเชื่อถือ (แบ่งตามรูปแบบ) มากนัก

1.คำแนะนำจากคนรู้จัก  83%

2.เว็บไซต์แบรนด์  70%

3.โฆษณาทีวี  69%

4.ความคิดเห็นที่โพสในออนไลน์  69%

5.โฆษณาหนังสือพิมพ์ , อีเมลล์ , บทความโฆษณา  (แต่ละรูปแบบ 63%)

นอกจากนี้ Nielsen เผยว่าโฆษณาที่จะประสบความสำเร็จนั้นไม่ได้วัดกันที่ Reach อย่างเดียวเท่านั้น เพราะต้องคำนึงถึงการส่งเมสเสสที่ถูกต้องกับผู้บริโภคด้วย  และผลของการสำรวจพบว่า ธีมของโฆษณานั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญ โดยแต่ละประเทศ แต่ละภูมิภาคก็จะมีความแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น อเมริกาเหนือ โฆษณาประเภทตลกกว่า 50% นั้นถูกพูดถึงมากกว่าโฆษณาที่เป็นชีวิตความเป็นจริง (Real Life)  (24%) ซึ่งชาวยุโรปก็มีความเห็นแบบเดียวกัน  แต่ในขณะที่ชาวแอฟริกาหรือเอเชียนั้นมักจะชอบโฆษณาที่เป็น Real Life  มากกว่า  และละตินอเมริกามักตอบสนองกับธีม “สุขภาพ”

จำแนกประเภทของตีมโฆษณาตามกลุ่มวัย ดังนี้

– ธีมโฆษณา ชีวิตความเป็นจริง , กีฬา , การแข่งขัน  เหมาะกับทุกกลุ่มวัย

– ธีมโฆษณา ขำขัน , สุขภาพ , มูลค่าราคา , สัตว์ เหมาะกับกลุ่มสูงวัย

– ธีมโฆษณา บันดาลใจ , มีพลัง , สนับสนุนด้วยคนดัง  เหมาะกับกลุ่มวัยรุ่น

ref:ขอบคุณสำหรับข่าวสารดีๆของ Brand Buffet  ไม่ตกหล่นทุกข่าวสำคัญ

 

^