วิธีบริหารจัดการ Gen Y ในที่ทำงาน

วิธีบริหารจัดการ Gen Y ในที่ทำงาน

บทความนี้จะมาขอพูดถึงอีกรุ่นหนึ่งคือ Gen-Y (เจ็นวาย) ซึ่งก็คือคนรุ่นใหม่ที่อายุไม่เกิน 25 ปี ซึ่งจะโตกว่า ชาว Millennials อยู่นิดหน่อย สาเหตุที่เอาเรื่องของคน Gen นี้มาเขียนก็เพราะความน่าสนใจของ Gen นี้ ที่ทำให้ Gen ก่อนหน้า อย่าง Gen X ปวดหัวไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ใช่ว่าคน Gen Y จะไม่มีข้อดีเลยนะ ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจนิสัยเฉพาะของคน Gen  Y ก่อน ว่าพวกเขาพร้อมที่จะแสดงความคิดเห็น และมีความมั่นใจในตัวเองสูง ไม่ติดอยู่กับคำวิจารณ์ของคนอื่น ถึงแม้ว่าเรื่องนั้นจะเกิดปัญหาขึ้น นอกจากนี้เป็นกลุ่มที่มีความภักดีต่อองค์กรค่อนข้างน้อย ทำให้คน Gen Y มักจะเปลี่ยนงานบ่อยๆ อีกด้วย แต่วิธีรับมือกับคน Gen Y ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เรามาทำความรู้จักกับคน Gen นี้ให้มากขึ้นกัน

1.มอบเป้าหมายให้ชัดเจน

สิ่งที่คน Gen Y รุ่นใหม่ไฟแรงต้องการก็คือ งานใหม่ๆ ที่ท้าทายความสามารถของพวกเขาตลอดเวลา  แต่อาจจะต้องระวังหน่อย เพราะถึงพวกเขาจะมีความมั่นใจขนาดไหน แต่ถ้าไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนให้พวกเขา พวกเขาจะคิดว่างานที่มอบหมายมานั้นไม่สำเร็จซะที แล้วความมั่นใจก็พาลหมดลงได้ง่ายๆ อีกด้วย เมื่อไหร่ที่พวกทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนวิ่งวนอยู่กับที่

ไม่ว่าเป้าหมายนั้นจะเล็กหรือจะใหญ่ หากมีเป้าหมายแล้วล่ะก็ มอบให้พวกเขาจัดการให้สำเร็จเลย!

2.วางตัวเป็นผู้ให้

เด็ก Gen-Y เป็นพวกกระหายความรู้ อะไรที่สามารถนำไปต่อยอดได้ หรือทำงานจริง พวกเขาชอบการถูกเทรนงานใหม่ๆ ให้เสมอ การวางตัวของคุณจึงควรจะเป็นพี่เลี้ยงที่คอยให้คำปรึกษา มากกว่าหัวหน้าที่คอยสั่ง คอยว่า หัวหน้าที่เอาแต่ดุด่าว่ากล่าว จะทำให้มุมมองการทำงานของคน  Gen-Y เปลี่ยนไป พวกเขาจะไม่เคารพ ไม่เชื่อถือ และไม่ไว้ใจในตัวหัวหน้า รวมไปถึงไม่รู้สึกว่าเขาจะได้ความรู้จากการทำงานกับหัวหน้าคนนี้ ส่งผลให้เด็ก Gen-Y ไม่เชื่อฟัง ไม่สนใจ ไม่อยากทำงานตามคำสั่ง ดังนั้น การวางตัวเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นการรับฟังปัญหา หรือวิธีการอธิบายงานต่างๆ แม้แต่การประเมินผล เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อพฤติกรรมที่ล้วนแล้วแต่สร้างหรือบั่นทอนกำลังใจของพวกเขาทั้งสิ้น

3.ให้ความสำคัญกับคำว่าทีม

คนรอบข้าง เพื่อนร่วมงาน หรือคนในทีมเดียวกัน เป็นเหตุผลหลักที่คน Gen-Y จะตัดสินใจอยู่ทำงานต่อหรือไม่ ลักษณะนิสัยของ Gen นี้ คือ มักจะให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ระหว่างบุคคล มากกว่าบริษัท เป็นเพราะความต้องการให้สังคมยอมรับ และเห็นว่าสังคมเป็นส่วนสำคัญในการทำงานอย่างมีความสุข การมอบหมายให้พวกเขาทำงานเป็นทีมจึงทำให้การทำงานของพวกเขาสนุกมากขึ้น เช่นเดียวกับตอนที่ทำกิจกรรมของคณะ

4.เป็นที่ปรึกษาหรือที่พึ่งได้ แม้จะไม่ได้ทำงานที่เดียวกันแล้ว

การรักษาเด็ก Gen-Y ให้อยู่กับบริษัทให้นานๆ อาจจะเป็นเรื่องยากสักหน่อย เพราะลักษณะส่วนตัวที่ต้องการความทะเยอทะยาน  และอยากเติบโตมากขึ้นทำให้พวกเขาชอบเปลี่ยนงานอยู่บ่อยๆ การบอกเส้นทางอาชีพ หรือโอกาสก้าวหน้าในบริษัท แม้แต่เข้าใจความสนใจของพวกเขาว่าต้องการทำงานลักษณะไหน ก็เป็นการซื้อใจพวกเขาอีกวิธีหนึ่ง แต่ถ้าบริษัทของคุณไม่สามารถหยิบยื่นโอกาสต่างๆ เหล่านี้ให้ได้ ก็อย่าพยายามยื้อพวกเขาไว้ ไม่ให้ไปทำงานที่ใหม่ที่ดีกว่า เพราะการทำแบบนั้นจะเพิ่มความคิดด้านลบในใจของพวกเขามากกว่าจากไปด้วยดี

จากสถิติแล้วมีเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่เด็ก Gen-Y จะใช้ชีวิตวัยทำงานในบริษัทเดียวตลอดไป การค้นหาหนทางอื่นที่ดีกว่า เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเราซื้อใจจนพวกเขารู้สึกว่าได้เป็นหุ้นส่วนของบริษัทนี้โดยแท้จริง วันหนึ่งพวกเขาจะกลับมาพร้อมกับให้ความช่วยเหลือตามที่คุณต้องการ

หลายคนคงมีคำว่าว่า แล้วเงินล่ะ เป็นแรงจูงใจในการทำงานของ Gen-Y ด้วยหรือไม่ แน่นอนว่าคำตอบคือใช่ แต่เงินอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะซื้อใจคน Gen-Y ให้อยู่กับคุณไปได้ตลอด

ถึงเด็ก Gen-Y จะดูเหมือนรับมือด้วยยาก แต่หากคุณเข้าใจ และซื้อใจพวกเขาได้แล้วล่ะก็เด็กเหล่านี้ก็จะเปิดใจให้คุณ พร้อมรับการทำงานที่ยากขึ้น และท้าทายขึ้นในอนาคต ดังนั้น การได้รู้ความต้องการ และลักษณะนิสัยพื้นฐานของพวกเขาเอาไว้ ก็พอจะเป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อการรับมือกับเด็ก Gen นี้ได้เป็นอย่างดี

เรียบเรียงจาก : http://incquity.com

^