กับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap)

กับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap)

กับดักรายได้ปานกลาง

1.อะไรคือกับดักรายได้ปานกลาง?

คำว่า “กับดักรายได้ปานกลาง” (middle-income trap) เริ่มปรากฏในงานวิจัยของธนาคารโลกในปี 2007 หลังจากนั้นมีบทความและการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ปรากฏออกมาจำนวนมาก ในช่วงเวลา 3-4 ปี มานี้ จากการชะลอตัวของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการหดตัวของการส่งออก เรื่องกับดักรายได้ปานกลางนี้มีการพูดถึงในประเทศไทยมากขึ้น แท้จริงแล้วประเทศไทยได้ติดอยู่ในกับดักนี้เป็นเวลาหลายปีแล้ว ตามการจำแนกรายได้ของธนาคารโลก ได้มีประเทศไทยได้เข้าสู่สถานะมีระดับรายได้ปานกลาง (middle-income country) ตั้งแต่ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจในปี 1997 หลายปีแล้ว ในปี 2011 ธนาคารโลกประกาศว่าประเทศไทยได้เลื่อนฐานะจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับต่ำ (lower- middle-income country) สู่ประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูง (upper- middle-income country) แล้ว แต่จากการชะลอตัวลงอย่างมากของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยคงต้องอยู่ในสภาพประเทศที่รายได้ปานกลางต่อไปอีกหลายปี และมีผู้เห็นว่าประเทศของเรากำลังติดอยู่กับประเทศรายได้ปานกลางเช่นเดียวกับอีกหลายประเทศทั่วโลก

“กับดักรายได้ปานกลาง” คือ สภาพของประเทศสามารถพัฒนาจากประเทศยากจนที่มีรายได้ต่ำเข้าสู่ประเทศที่มีรายได้ปานกลาง แต่ก็ต้อง “ติดหล่ม” อยู่ในสภาพรายได้ปานกลาง โดยไม่มีแนวโน้มที่จะก้าวไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง

จากการศึกษาที่ผ่านมา ประเทศต่างๆในโลกมีเพียงไม่กี่ประเทศที่สามารถหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ที่มีการกล่าวถึงกันมากก็อย่างเช่น ญี่ปุ่น เกาหลีและไต้หวัน ส่วนประเทศที่ติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางนั้นมีจำนวนมาก เช่น ประเทศต่างๆในอเมริกาใต้และประเทศส่วนใหญ่ในเอเชีย อย่างไรก็ตามหากไม่ได้ระบุระยะเวลาที่ชัดเจนแล้ว ประเทศที่มีรายได้ต่ำทุกประเทศจะสามารถเลื่อนฐานะไปสู่ประเทศรายได้ปานกลางได้ ตราบใดที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากกว่าศูนย์ แต่ประเทศที่มีการเจริญเติบโตช้า อาจต้องใช้เวลานานหลายทศวรรษจึงสามารถก้าวสู่ประเทศที่มีรายได้สูงได้ จึงมีผู้กล่าวว่า การที่ประเทศหนึ่งจะถูกจัดว่าประสบผลสำเร็จในการก้าวจากประเทศรายได้ระดับปานกลางสู่ประเทศรายได้สูงนั้น จะต้องเป็นประเทศที่สามารถเขยิบขึ้นจากรายได้ปานกลางไปสู่ระดับรายได้สูงได้ในระยะเวลาที่ไม่ยาวนานนัก เช่น จากประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงสู่ประเทศมีรายได้สูงอาจใช้เวลาเพียง 10 – 15 ปี ส่วนประเทศอื่นๆที่มีการเจริญเติบโตแต่ไม่สามารถเขยิบขึ้นจากรายได้ปานกลางเป็นรายได้สูงเป็นเวลานานหลายทศวรรษนั้น ถือได้ว่าเป็นประเทศที่ติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง

ในความเป็นจริงประเทศต่างๆในโลกไม่ว่าจะมีระดับรายได้มากน้อยเพียงใด ล้วนมีโอกาสติดหล่มหรือติดกับดักการเจริญเติบโตช้าหรือถึงกับมีการถดถอยในการพัฒนาเศรษฐกิจ เมื่อหลายสิบปีก่อนนักเศรษฐศาสตร์ที่ศึกษาการพัฒนาเศรษฐกิจมีการกล่าวถึง “วงจรชั่วร้ายของความยากจน” (Vicious cycle of poverty)   ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศยากจนหลายประเทศ คือ ตกอยู่ในวงจรความยากจนโดยไม่สามารถหลุดพ้นได้ เนื่องจากสาเหตุหลายประการ คือ มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำ แต่กลับมีประชากรเพิ่มขึ้นในอัตราสูง ทำให้รายได้เฉลี่ยของประชาชนตกต่ำ มีการบริโภค การออม การลงทุนในระดับต่ำ เมื่อเป็นเช่นนี้เศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ก็ไม่มีทางที่จะหลุดพ้นจากความยากจนได้ นอกจากประเทศที่มีรายได้ต่ำแล้ว ถ้าหันมาพิจารณาประเทศที่มีรายได้สูง จะพบว่าประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำและบางประเทศถึงกับมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ติดลบเป็นเวลาต่อเนื่องกันหลายปี จะเห็นได้ว่าประเทศที่มีรายได้สูงก็มี “กับดัก” การชะงักงันของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเช่นกัน ดังนั้น จึงไม่เป็นเพียงประเทศที่มีระดับรายได้ปานกลางเท่านั้นที่มี “กับดัก” ประเทศต่างๆในทุกระดับรายได้ล้วนมีปัญหาการชะงักงันหรือการถดถอยทางเศรษฐกิจได้ทั้งนั้น

อย่างไรก็ตามประเทศที่เป็นประเทศรายได้ระดับปานกลางอยู่แล้ว จำเป็นต้องมีการพิจารณาว่า เหตุใดประเทศของตนจึงติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง และเมื่อไรจึงจะหลุดพ้นกับดักนี้และก้าวมาเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วที่มีรายได้สูงสักที การศึกษาเรื่องกับดักรายได้ปานกลาง จึงไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีสาระและสมควรแก่การให้ความสนใจ

        
  1. ปัจจัยที่ทำให้ติดกับดักรายได้ปานกลาง

ทำไมประเทศที่สามารถพัฒนาขึ้นมาจากประเทศยากจนสู่ประเทศที่มีรายได้ปานกลาง จึงไม่สามารถพัฒนาต่อไปเป็นประเทศที่มีรายได้สูงได้   เรื่องนี้มีการศึกษาวิเคราะห์กันมาเป็นเวลานานและมีผลงานทางวิชาการผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก

การที่ประเทศต้องติดกับดักรายได้ปานกลาง สาเหตุสำคัญเนื่องมาจากการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน ประเทศที่ต้องเพิ่งพาการส่งออกในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่สามารถขยายการส่งออกได้มาก หรือมีการหดตัวในปริมาณการส่งออก เนื่องจากสินค้าที่ผลิตได้ไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าของประเทศอื่นในตลาดโลก การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต้องประสบกับข้อจำกัดหลายประการ การผลิตในภาคเศรษฐกิจต่างๆ ทั้งสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าเกษตร และบริการมีคุณภาพต่ำ เทคโนโลยีการผลิตไม่เพียงแต่มีความล้าหลังกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันกับประเทศที่มีรายได้ต่ำกว่าซึ่งมีการไล่ตามได้ทันทางด้านเทคโนโลยีและคุณภาพของสินค้า ทั้งยังมีค่าจ้างแรงงานและต้นทุนทางด้านอื่นๆที่ต่ำกว่า ประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลางเหล่านี้การจะพัฒนาเศรษฐกิจให้มีระดับที่สูงต้องประสบกับอุปสรรคนานาประการ ทั้งข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยี คุณภาพของกกำลังคน การขาดแคลนสิ่งสาธารณูปโภคและการไร้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ในขณะที่ต้นทุนการผลิต เช่น ค้าจ้างแรงงานและต้นทุนอื่นเขยิบตัวสูงขึ้น แต่ประสิทธิภาพการผลิตไม่ได้เพิ่มขึ้นตามอัตราเพิ่มของต้นทุน

ปัญหาที่ทำให้ติดกับดักรายได้ปานกลางของแต่ละประเทศอาจมีความแตกต่างกันบ้าง แต่จากประสบการณ์ของประเทศต่างๆที่ต้องติดกับดักรายได้ปานกลาง ปัจจัยสำคัญสรุปได้ ดังนี้

        
  • ละเลยการพัฒนาเทคโนโลยี

การพัฒนาเทคโนโลยีเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ ประเทศกำลังพัฒนาต่างๆในยุคปัจจุบันสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาขึ้นมาแล้วด้วยแนวทางต่างๆ เช่น ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีของบริษัทต่างประเทศที่เข้ามาลงทุน ใช้เครื่องจักรที่นำเข้า การซื้อเทคโนโลยีด้วยการซื้อเทคโนโลยีด้วยการจ่ายค่าสิทธิบัตรจ่ายค่าสิทธิบัตร และจ้างผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาทำงาน แต่ถ้าไม่มีการพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง และเทคโนโลยีที่นำเข้านี้ไม่มีการถ่ายทอดให้บุคลากรในประเทศ อีกไม่นานประเทศที่พึ่งพาเทคโนโลยีนำเข้านั้นก็จะเป็นผู้ล้าหลังทางด้านเทคโนโลยี แม้การลงทุนจากต่างประเทศจะนำเทคโนโลยีที่เขามีอยู่เข้ามาไว้เมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศเปลี่ยนไป เช่น เมื่อค้าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นหรือเกิดการขาดแคลนแรงงาน และเมื่อผู้ลงทุนจากต่างประเทศย้ายไปอยู่ในประเทศอื่น สินค้าที่เคยผลิตได้ในประเทศนี้ก็ไม่สามารถผลิตได้อีกต่อไป หรือแม้จะผลิตได้ก็ผลิตโดยเครื่องจักรเดิมใช้วิธีการผลิตเดิม โดยไม่มีการปรับปรุงแต่อย่างใด ในยุคที่เทคโนโลยีของโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศที่ต้องพึ่งการนำเข้าเทคโนโลยีโดยไม่มีการพัฒนาหรือปรับปรุงแต่อย่างใดก็จะไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้

        
  • ไม่สนใจในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

คุณภาพของแรงงานและบุคลากรในด้านต่างๆ เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวประเทศที่มีรายได้สูงมักมีระบบการศึกษาที่สามารถสร้างบุคคลากรที่มีคุณภาพแก่สาขาเศรษฐกิจต่างๆ แต่ประเทศที่มีรายได้ต่ำหรือรายได้ปานกลางหลายประเทศ ระบบการศึกษามีความด้อยพัฒนา แรงงานที่มีอยู่ในภาคเศรษฐกิจต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานไร้ฝีมือและเป็นผู้ที่มีการศึกษาต่ำขาดแคลนแรงงานที่มีความรู้และทักษะ เช่น นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และช่างฝีมือ ระบบการศึกษาไม่สามารถสร้างบุคลากรที่จะตอบสนองความต้องการของภาคเศรษฐกิจต่างๆได้ แรงงานเมื่อได้รับเข้าทำงานแล้วก็มีโอกาสในการฝึกอบรมน้อย ในกิจการที่มีการลงทุนจากต่างประเทศ คนทำงานไม่สามารถรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้จากผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติได้ เมื่อเศรษฐกิจมีการขยายตัว ค่าครองชีพเขยิบตัวสูงขึ้น คนงานก็ต้องเรียกร้องให้มีค่าจ้างที่สูงขึ้น แต่ประสิทธิภาพการผลิตของแรงงานไม่ได้สูงขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของค่าแรง จึงมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

ประเทศรายได้ปานกลางที่สามารถพัฒนาจากประเทศรายได้ต่ำในรายแรกๆ มักมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง ค่าครองชีพของประชาชนก็เขยิบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลานี้อัตราค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับตัวสูงขึ้น และการเพิ่มขึ้นของค่าแรงมักจะมีอัตราสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพในการผลิต เมื่อประเทศมีการพัฒนาถึงระดับที่มีรานได้ปานกลางแล้ว ค่าครองชีพก็ยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ประสิทธิภาพของแรงงานกลับไม่มีการปรับปรุงได้มาก ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้แรงงานอย่างเข้มข้นซึ่งเคยมีข้อได้เปรียบในการแข่งขันระหว่างประเทศก็สูญเสียความได้เปรียบไป ในขณะเดียวกัน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่ระดับที่สูงขึ้นก็ประสบกับอุปสรรคการขาดแคลนกำลังคนที่จำเป็นต่อการผลิตสินค้าและบริการที่ต้องใช้เทคโนโลยีในระดับสูงขึ้น

        
  • ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาจากประเทศที่มีรายได้ต่ำสู่ระดับที่มีรายได้ปานกลางในหลายประเทศ เกิดขึ้นได้จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ การพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้มีอัตราการขยายตัวสูง อาจทำให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์ก่อนหน้านี้ค่อยๆลดน้อยลงในระหว่างที่ประเทศยังไม่ร่ำรวย ก็ไม่ใส่ใจในเรื่องมลภาวะ เพราะให้ความสำคัญกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การสร้างรายได้และการจ้างงานมากกว่า จึงละเลยในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรและลดมลภาวะ แต่เมื่อความเสื่อมโทรมเกิดขึ้นแล้วก็แก้ไขได้ยากและต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก

        
  • ข้อจำกัดทางด้านสาธารณูปโภค

ประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศ ประสบความสำเร็จในการยกระดับจากประเทศที่ยากจนสู่ประเทศที่มีระดับรายได้ปานกลาง จากการมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง แต่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วก็มีผลสร้างข้อจำกัดทางด้านสาธารณูปโภค นอกจากการขาดแคลนระบบสาธารณูปโภคแล้ว การกระจายสาธารณูปโภคไปสู่ส่วนต่างๆของประเทศก็ไม่ทั่วถึง ยุคปัจจุบันเทคโนโลยีของการสื่อสารคมนาคมมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ประเทศที่ต้องติดกับดักรายได้ปานกลาง มักมีระบบโทรคมนาคมและการขนส่งที่ไม่ทันสมัย ซึ่งมีผลกระทบต่อการผลิตและทำให้มีต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ

        
  • เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองขาดเสถียรภาพ

ประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากมีความไร้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ประชาชนมีความเลื่อมล้ำทางด้านรายได้มาก มีความขัดแย้งในสังคมสูง มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองค่อนข้างบ่อย จึงไม่มีความต่อเนื่องในนโยบายการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม ความขัดแย้งของประชาชนกลุ่มต่างๆ อาจถึงกับทำให้เกิดความไม่สงบและความรุนแรงในสังคม ในบางกรณีถึงกับเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น ในสภาพเช่นนี้ การค้าขาย การลงทุน และการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจต่างๆ ย่อมต้องหยุดชะงักลง เศรษฐกิจของประเทศยากที่จะพัฒนาต่อไปได้

        
  • ขาดธรรมาภิบาล

ในประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลางหลายประเทศ พฤติกรรมทุจริตคอรับชันมีอยู่อย่างกว้างขวาง นักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐอาศัยอำนาจแสวงหาผลประโยชน์ การดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนต้องได้รับการแทรกแซงและขัดขวางจากกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ และจากการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐบาล เศรษฐกิจภาคต่างๆ ขาดความสมดุลและไร้ประสิทธิภาพ นักการเมืองและข้าราชการสมคบกับนักธุรกิจในการแสวงหาผลประโยชน์ ธุรกิจที่ให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจะได้รับสิทธิประโยชน์เหนือผู้อื่น การดำเนินงานในภาคเศรษฐกิจต่างๆจึงเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

        
  • ข้อจำกัดทางด้านการคลัง

เมื่ออัตราการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจชะลอตัวลง รายได้ทางด้านภาษีอากรของรัฐก็จัดเก็บได้น้อยลง แต่การใช้จ่ายทางด้านต่างๆ ทั้งค่าจ้างเงินเดือนและสวัสดิการของข้าราชการที่มีมากขึ้น ค่าใช้จ่ายในการสร้างสิ่งสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีมากขึ้นทำให้รัฐบาลย่อมต้องประสบกับภาวะการขาดดุลทางงบประมาณ ในขณะเดียวกันในภาคต่างประเทศ ก็ต้องประสบกับการขาดดุลในดุลการค้าและดุลการชำระเงิน ในกรณีเช่นนี้ ภาระหนี้ทั้งหนี้ภายในประเทศและหนี้ต่างประเทศย่อมมีมากขึ้น ซึ่งเพิ่มภาระในการจ่ายค่าดอกเบี้ยเงินxxx้นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายทางด้านอื่นๆ ในบางประเทศ ภาวะสูงวัยในโครงสร้างประชากร นอกจากมีผลทำให้แรงงานวัยทำงานลดลงแล้ว ยังทำให้รัฐบาลมีรายได้ภาษีอากรลดลงและมีค่าใช้จ่ายทางด้านสวัสดิการแก่ประชาชนสูงวัยเพิ่มขึ้น ในบางประเทศมีค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการแก่ข้าราชการและประชาชนกลุ่มต่างๆที่สูงมาก ภาระการใช้จ่ายในส่วนที่เป็นงบประมาณประจำที่เพิ่มมากขึ้นทำให้xxxส่วนของงบลงทุนลดน้อยลง การลงทุนสร้างสิ่งสาธารณูปโภค และการลงทุนทางด้านอื่นๆที่จะเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว เช่นการศึกษาและการวิจัยถูกกระทบ ข้อจำกัดทางด้านการคลัง จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ประเทศรายได้ปานกลางไม่สามารพัฒนาขึ้นเป็นประเทศรายได้สูงได้

        
  1. จะก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางได้อย่างไร ?

ประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศสามารถพัฒนาจากประเทศที่มีความยากจนที่มีรายได้ต่ำสู่ประเทศระดับรายได้ปานกลางได้ โดยอาศัยความได้เปรียบทางด้านทรัพยากร คือมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีค่าจ้างแรงงานต่ำ และสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาได้มาก จึงสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นแล้วได้ สภาพการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศในยุดโลกาภิวัตน์ เอื้อประโยชน์แก่การพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศแหล่านี้ได้มาก ถ้าไม่มีการใช้ยุทธศาสตร์ที่ไม่ติดต่อค้าขายกับต่างประเทศและไม่ยอมรับการลงทุนจากต่างประเทศแล้ว ก็สามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสจากการค้าการลงทุนระหว่างประเทศได้มาก

ก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี 1997 ประเทศไทยนับว่าจะเป็นประเทศที่มีอัตราการของอัตราการการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีระดับสูงประเทศหนึ่งในโลก มีการกล่าวขวัญกันมากว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งทางการเจริญเติบโต การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทั้งยังมีอัตราเงินเฟ้อในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม หลังวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ แม้เศรษฐกิจไทยสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ แต่อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยได้ลดลงมามากเทียบกับช่วงก่อนวิกฤต ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การขยายตัวทางเศรษฐกิจและการส่งออกของไทยยิ่งมีการชะลอตัวลงมามาก นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเป็นห่วงว่าการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจไทยในครั้งนี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดจากวงจรธุรกิจในระยะสั้น แต่เกิดจากปัญหาของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่ไม่มีการปรับตัวมาเป็นเวลานานซึ่งแก้ไขได้ยากกว่า

การหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง เป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ง่ายนัก หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยจึงต้องตกอยู่ในกับดักนี้เป็นเวลานานออปัญหาต่างๆที่พบเห็นกันในประเทศที่ไม่สามารถหลุดพ้นจากกับดับที่กล่าวมาในตอนที่แล้ว ดูเหมือนว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงสภาพและปัญหาของประเทศไทยในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาในแทบทุกข้อ ถ้าเราหันมาดูประเทศที่ประสบความสำเร็จในการก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีและไต้หวัน จะเห็นได้ว่าประเทศเหล่านี้มีความพยายามในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ พัฒนาเทคโนโลยีและทรัพยากรมนุษย์ และสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศที่หมักหมมมาเป็นเวลานานได้ จึงทำให้มีการพัฒนาอุตสาหกรรม เกษตรกรรมและบริการที่ใช้เทคโนโลยีในระดับที่สูงขึ้น ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีและไต้หวัน ล้วนต้องประสบกับแรงกดดันในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของประเทศ ซึ่งทำให้ค่าเงินต้องปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในครึ่งหลังของทศวรรษ 1980 แต่ประเทศเหล่านี้ก็สามารถปรับตัวจากวิกฤตค่าเงินได้ในช่วงเวลาไม่นานนัก แม้ประเทศญี่ปุ่นจะประสบปัญหากับเศรษฐกิจตกต่ำตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990   ถึงปัจจุบัน แต่ถึงปี 1990 ญี่ปุ่นก็เป็นประเทศพัฒนาที่มีรายไดสูงที่ก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางมานานหลายทศวรรษแล้ว

นักเศรษฐศาสตร์สำนักต่างๆมีความเห็นที่แตกต่างกันในปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากเน้นเรื่องการลงทุนและการสะสมทุน ธนาคารโลกและองค์กรการเงินระหว่างประเทศให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการส่งเสริมการส่งออก นักเศรษฐศาสตร์สำนักนีโอคลาสิกส่วนใหญ่เน้นในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของทรัพยากร ประเทศที่มีข้อได้เปรียบโดยเปรียบเทียบในด้านการมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์และมีแรงงานราคาถูก เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ความได้เปรียบที่มีอยู่เดิมน้อยลงหรือหมดไป ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ เช่น พัฒนาเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับความได้เปรียบเปรียบเทียบที่มีใหม่ เป็นพัฒนาสินค้าที่ใช้ทุนและเทคโนโลยีมากขึ้น นักเศรษฐศาสตร์บางคนในเรื่องทางสถาบันทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ เช่น การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น การสร้างสถาบันเพื่อส่งเสริมการศึกษาและวิจัยและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นต้น

ส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

จะเห็นได้ว่าปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาจากประเทศยากจนสู่ประเทศที่มีรายได้ปานกลาง จากประเทศที่มีรายได้ปานกลางสู่ประเทศที่มีรายได้สูง   แม้มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน แต่ปัจจัยบางอย่าง เช่นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การส่งเสริมเทคโนโลยี การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง และการสร้างสาธารณูปโภค เป็นต้น ล้วนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ในกรณีการก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ประเด็นสำคัญอยู่ที่การปรับตัวหรือการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป รูปแบบและวิถีการพัฒนาเศรษฐกิจนี้เคยใช้มาในช่วงที่พัฒนาจากประเทศยากจนสู่ประเทศรายได้ปานกลาง หรือจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับต่ำสู่ระดับสูงจะต้องมีการปรับเปลี่ยนไป นอกจากนี้ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาประเทศที่มีอยู่โดยเฉพาะที่หมักหมมมาเป็นเวลานาน ต้องมีการแก้ไขให้หมดไป หรือให้ลดน้อยลง กล่าวคือ จะต้องมีการปฏิรูปหรือ “ผ่าตัด” อย่างขนานใหญ่ โดยไม่ใช่เพียงการกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ยังคงไม่ยอมไปแตะต้องกับปัญหาสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เช่นการลดดอกเบี้ยและปรับอัตราแลกเปลี่ยน การอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ อาจมีผลต่อการกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะสั้นได้บ้าง แต่ก็อาจทำให้ละเลยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่สะสมมาเป็นเวลานาน และลดความพยายามในการปฏิรูปที่มีผลต่อการแก้ไขปัญหาโครงสร้างไป

การก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางนั้น “ปัญหาทำอย่างไร” อาจมีความสำคัญมากกว่า “ทำอะไร” หากเราดูตัวอย่างของประเทศที่ประสบความสำเร็จการแก้ไขปัญหาต่างๆของประเทศที่ก้าวพ้นกับดัก แล้วนำมาปรับใช้ เราก็อาจจะก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางนี้ได้

by : Layman's Economics

^