เปลี่ยนการแสดงผล thA-AA+

วิธีการเรียนรู้ให้ฝังอยู่ในความจำได้นานๆ จากผลงานวิจัยของ Harvard

วิธีการเรียนรู้ให้ฝังอยู่ในความจำได้นานๆ จากผลงานวิจัยของ Harvard

 สวัสดีทุกๆคนอีกครั้งครับ วันนี้ มีทฤษฎีดีๆที่เป็นผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเกี่ยวกับการเรียนและความจำมาฝากทุกๆคนครับ โดยทฤษฎีนี้จะกล่าวถึงวิธีการเรียนแต่ละวิธีและปริมาณเนื้อหาที่สามารถจดจำได้ผ่านการเรียนวิธีนั้น เมื่ออ่านบทความนี้จบแล้ว ลองนำวิธีการเรียนไปประยุกต์ใช้ดูนะครับ แล้วจะพบว่าคุณจะสามารถจำเนื้อหาได้ดีขึ้นและนานขึ้นมากเลยละ

1. การเรียนผ่านการบรรยาย (lecture) วิธีการเรียนรู้แบบบรรยาย เป็นวิธีการเรียนที่พบเห็นได้ทั่วๆไปในการเรียนเลยละครับ โดยมีครูผู้สอนบรรยายเนื้อหาอยู่หน้าชั้นเรียน และนักเรียนก็มีหน้าที่นั่งฟังเนื้อหาต่างๆ วิธีการเรียนรูปแบบนี้จากงานวิจัยพบว่าจะสามารถจดจำเนื้อหาได้เพียง 5% เท่านั้นเองครับ

2. การเรียนผ่านการอ่านด้วยตนเอง (reading) วิธีนี้เพิ่มความสามารถในการจดจำเนื้อหาขึ้นเป็น 10%ครับ เพราะการอ่านเนื้อหาด้วยตนเองนั้น ทำให้สมองได้มีสมาธิกับเนื้อหามากขึ้น จึงจำเนื้อหาได้มากขึ้นนั่นเอง

3. การเรียนรู้ผ่านการฟังและการได้เห็น (audiovisual) งานวิจัยพบว่าการเรียนรู้ผ่านการฟังและการได้เห็นภาพนั้นช่วยให้สามารถจดจำได้ 20%

4. การเรียนรู้ผ่านการเห็นตัวอย่าง (demonstrate) การเรียนรู้ที่ได้เห็นตัวอย่างที่ถูกต้องจากผู้สอนนั้นพบว่าจะสามารถจดจำเนื้อหาดังกล่าวได้ถึง 30%

5. การเรียนรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดกัน (discussion) การเรียนรู้ที่นักเรียนได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเกี่ยวกับบทเรียนนั้นจะช่วยให้นักเรียนสามารถจดจำเนื้อหาได้ 50%

6. การเรียนรู้ผ่านการทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง (practice doing) การเรียนรูัที่นักเรียนได้ทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง เช่นทำการทดลองด้วยตนเองนั้น นักเรียนสามารถจดจำเนื้อหาได้ถึง 75% เลยละ

7. การเรียนรู้ผ่านการสอน (teaching) และการเรียนรู้ที่ดีที่ช่วยให้สามารถจดจำเนื้อหาได้ดีที่สุดจากงานวิจัยคือการสอนครับ เมื่อเข้าใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งดีๆแล้วก็อย่าลืมสอนเพื่อนๆที่ไม่เข้าใจนะครับ เพราะนอกจากเพื่อนๆจะได้ประโยชน์แล้ว ตัวผู้สอนเองก็จะสามารถจำเนื้อหาได้มากขึ้นด้วยนะครับ

          จะเห็นได้ว่ายิ่งเป็นการเรียนรู้ลักษณะ active learning (discussion, practice doing,teaching) เท่าไหร่ ปริมาณเนื้อหาที่นักเรียนสามารถจดจำได้ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นเราควรเรียนรู้ในลักษณะ active learning กันนะครับ เพื่อให้เราสามารถจดจำเนื้อหาได้เยอะๆและนานๆ อย่างไรก็ตามนักวิชาการหลายๆท่านก็ตั้งข้อสงสัยถึงเปอร์เซ็นเนื้อหาที่สามารถจดจำได้ที่มีการระบุเอาไว้ข้างต้น ว่าอาจจะไม่เป็นไปตามนั้นเสียทีเดียว แต่ไม่ว่าตัวเลขข้างต้นจะถูกต้องเป๊ะหรือไม่ การเรียนแบบ active learning ก็ย่อมจะช่วยทำให้น้องๆจดจำเนื้อหาได้ดีและนานกว่าการเรียนแบบ passive learning (lecture, reading, audiovisual) อย่างแน่นอนครับ
 

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก

www.washingtonpost.com

https://blog.eduzones.com

^