เปลี่ยนการแสดงผล thA-AA+

สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ.๒๕๔๗(ตอนที่ ๒)

สรุปสาระสำคัญ
พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด
พ.ศ.๒๕๔๗ (ตอนที่ ๒)
........................................................................................
 
            พ.ต.กภ.ประพล  อยู่ปาน* และ กภ.จีรภา จรัสวณิชพงศ์**
 
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักกายภาพบำบัดและผู้ที่สนใจได้ศึกษาและ      ทำความเข้าใจถึงกฎหมายวิชาชีพกายภาพบำบัด ตลอดจนสามารถนำหลักการและสาระสำคัญของกฎหมายไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานหรือการประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป
สำหรับสรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ ตอนที่ ๒ นี้         จะกล่าวถึงหลักการและสาระสำคัญเกี่ยวกับ คณะกรรมการสภากายภาพบำบัด การดำเนินการของคณะกรรมการสภากายภาพบำบัด คณะผู้บริหารสภากายภาพบำบัด และสภานายกพิเศษ โดยมีรายละเอียดดังนี้
 
๑. คณะกรรมการสภากายภาพบำบัด
          ๑.๑ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๑๔ กำหนดให้คณะกรรมการสภากายภาพบำบัดมีจำนวนทั้งสิ้น ๒๖ คน ประกอบด้วย
                (๑) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและนายกสมาคมกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย
                (๒) กรรมการซึ่งเป็นคณบดีคณะกายภาพบำบัด หรือคณบดีคณะที่เรียกชื่ออย่างอื่น หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือหัวหน้าภาควิชา ที่ผลิตบัณฑิตกายภาพบำบัดในสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับความเห็นชอบหรือได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้จัดตั้งขึ้นแห่งละหนึ่งคนเลือกกันเองให้เหลือห้าคน
-------------------------------
*วิทยาศาสตรบัณฑิต (กายภาพบำบัด) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,            นิติศาสตรมหาบัณฑิต (กฎหมายมหาชน) มหาวิทยาลัยรามคำแหง,เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมกฎหมายแห่ง         เนติบัณฑิตยสภา, ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุดและที่ปรึกษาสภากายภาพบำบัด
**วิทยาศาสตรบัณฑิต (กายภาพบำบัด) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สรีรวิทยา) มหาวิทยาลัยมหิดล, ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนักกายภาพบำบัดชำนาญการพิเศษ สถาบันราชานุxxxล กรมสุขภาพจิต
(๓) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขสามคน กระทรวงกลาโหมหนึ่งคน กรุงเทพมหานครหนึ่งคน และสมาคมโรงพยาบาลเอกชนหนึ่งคน
(๔) กรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งโดยสมาชิกมีจำนวนเท่ากับจำนวนกรรมการใน (๑) (๒) และ (๓) รวมกันในขณะเลือกตั้งแต่ละคราว(ปัจจุบันสภากายภาพบำบัดได้ออกกฎหมายลำดับรองหรือกฎหมายอนุบัญญัติ ได้แก่ ข้อบังคับสภากายภาพบําบัด ว่าด้วยการเลือก และการเลือกตั้งกรรมการ พ.ศ. ๒๕๔๘ เพื่อปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวด้วยแล้ว)
          ๑.๒ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๑๘ กำหนดให้กรรมการสภากายภาพบำบัดนอกจากปลัดกระทรวงสาธารณสุข ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด
(๒) เป็นผู้ไม่เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต
(๓) เป็นผู้ไม่เคยถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย
          ๑.๓ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๑๙ กำหนดให้กรรมการสภากายภาพบำบัดตามมาตรา ๑๔ (๒) และ (๔) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปีและอาจได้รับเลือก หรือได้รับเลือกตั้งใหม่ได้ แล้วแต่กรณี แต่กรรมการฯ ตามมาตรา ๑๔ (๔) จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้ และมาตรา ๒๐ กำหนดว่า นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการฯ ตามมาตรา ๑๔ (๒) และ (๔) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๓
(๒) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๘
(๓) ลาออก
(๔) กรรมการสภากายภาพบำบัดตามมาตรา ๑๔ (๒) พ้นจากตำแหน่งคณบดีคณะกายภาพบำบัด หรือคณบดีคณะที่เรียกชื่ออย่างอื่น หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือหัวหน้าภาควิชา ที่ผลิตบัณฑิตกายภาพบำบัดในสถาบันอุดมศึกษา
          ๑.๔ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ กำหนดให้คณะกรรมการสภากายภาพบำบัดมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษาได้ และให้มีอำนาจถอดถอนที่ปรึกษาด้วย (มาตรา ๑๕)(ปัจจุบันสภากายภาพบำบัดได้ออกกฎหมายลำดับรองหรือกฎหมายอนุบัญญัติ ได้แก่ ข้อบังคับสภากายภาพบําบัด ว่าด้วยการแต่งตั้งที่ปรึกษาและการกําหนดอํานาจหน้าที่ของผู้ดํารงตําแหน่งที่ปรึกษา พ.ศ. ๒๕๔๙ เพื่อปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวด้วยแล้ว)
(๒) เลือกกรรมการสภากายภาพบำบัด เพื่อดำรงตำแหน่งนายกสภากายภาพบำบัด อุปนายกสภากายภาพบำบัดคนที่หนึ่งและอุปนายกสภากายภาพบำบัดคนที่สอง ตำแหน่งละหนึ่งคน           ภายในสามสิบวันนับจากวันเลือกตั้งกรรมการฯ ตามมาตรา ๑๔ (๔) (มาตรา ๑๖วรรคหนึ่ง)        (ปัจจุบันสภากายภาพบำบัดได้ออกกฎหมายลำดับรองหรือกฎหมายอนุบัญญัติ ได้แก่ ข้อบังคับสภากายภาพบําบัด ว่าด้วยการเลือก และการเลือกตั้งกรรมการ พ.ศ. ๒๕๔๘ เพื่อปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวด้วยแล้ว)
(๓) ให้ความเห็นชอบกรรมการสภากายภาพบำบัด เพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการ รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ และเหรัญญิก ตำแหน่งละหนึ่งคน และเพื่อดำรงตำแหน่งอื่นได้ตามความจำเป็น และมีอำนาจให้ความเห็นชอบถอดถอนบุคคลที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวด้วย (มาตรา ๑๖ วรรคสอง)
(๔) ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง กรณีตำแหน่งกรรมการสภากายภาพบำบัดตามมาตรา ๑๔ (๒) ว่างลงก่อนครบวาระ (มาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง)
(๕) กรณีตำแหน่งกรรมการสภากายภาพบำบัดตามมาตรา ๑๔ (๔) ว่างลงไม่เกินหนึ่งในสามก่อนครบวาระ ดำเนินการให้บุคคลที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๘ และได้รับคะแนนจากการเลือกตั้งกรรมการสภากายภาพบำบัดตามมาตรา ๑๔ (๔) ในลำดับถัดไปขึ้นเป็นกรรมการสภากายภาพบำบัด (มาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง)
(๖) กรณีตำแหน่งกรรมการสภากายภาพบำบัดตามมาตรา ๑๔ (๔) ว่างลงเกินหนึ่งในสามก่อนครบวาระดำเนินการจัดการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง (มาตรา ๒๒ วรรคสอง)
(๗) บริหารและดำเนินกิจการสภากายภาพบำบัดตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดในมาตรา ๗ และมาตรา ๘ (มาตรา ๒๓ (๑))
(๘) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ คณะอนุกรรมการสอบสวน และคณะอนุกรรมการอื่นเพื่อทำกิจการหรือพิจารณาเรื่องต่างๆ อันอยู่ในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสภากายภาพบำบัด (มาตรา ๒๓ (๒))
(๙) กำหนดแผนการดำเนินงานและงบประมาณของสภากายภาพบำบัด (มาตรา ๒๓ (๓))
(๑๐) ออกข้อบังคับสภากายภาพบำบัด (มาตรา ๒๓ (๔))
 
๒. การดำเนินการของคณะกรรมการสภากายภาพบำบัด
          ๒.๑ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง กำหนดให้การประชุมคณะกรรมการสภากายภาพบำบัดต้องมีกรรมการสภากายภาพบำบัดมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนั้น จึงจะเป็นองค์ประชุม
          ๒.๒ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๕ วรรคสอง กำหนดให้มติของที่ประชุมคณะกรรมการสภากายภาพบำบัดให้ถือเสียงข้างมาก ในการลงคะแนนกรรมการสภากายภาพบำบัดคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
          ๒.๓ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๕ วรรคสาม กำหนดให้มติของที่ประชุมคณะกรรมการสภากายภาพบำบัดในกรณีให้สมาชิกแห่งสภากายภาพบำบัดพ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา ๑๓ (๔) ให้ถือคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการสภากายภาพบำบัดทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนั้น        
๒.๔ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง กำหนดให้มติของที่ประชุมคณะกรรมการสภากายภาพบำบัดในกรณีการออกข้อบังคับสภากายภาพบำบัด            การกำหนดแผนการดำเนินงานและงบประมาณของสภากายภาพบำบัด การให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา ๑๓ (๔) และการวินิจฉัยชี้ขาดให้พักใช้ใบอนุญาตหรือให้เพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๔๒ วรรคสาม (๔) หรือ (๕) ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภานายกพิเศษก่อน จึงจะดำเนินการตามมติของที่ประชุมนั้นได้
ปัจจุบันสภากายภาพบำบัดได้ออกกฎหมายลำดับรองหรือกฎหมายอนุบัญญัติ ได้แก่ ข้อบังคับสภากายภาพบําบัด ว่าด้วยการประชุมคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ พ.ศ. ๒๕๔๙ เพื่อปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวด้วยแล้ว
 
๓. คณะผู้บริหารสภากายภาพบำบัด
          ๓.๑ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง กำหนดให้มีคณะผู้บริหารสภากายภาพบำบัด ประกอบด้วย
(๑) นายกสภากายภาพบำบัด 
(๒) อุปนายกสภากายภาพบำบัดคนที่หนึ่ง
(๓) อุปนายกสภากายภาพบำบัดคนที่สอง
(๔) เลขาธิการ
(๕) รองเลขาธิการ
(๖) ประชาสัมพันธ์
(๗) เหรัญญิก
(๘) ที่ปรึกษาและผู้ดำรงตำแหน่งอื่น      
๓.๒ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๔ (๑) กำหนดให้นายกสภากายภาพบำบัด มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
                   (๑) บริหารและดำเนินกิจการของสภากายภาพบำบัดให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามมติของคณะกรรมการสภากายภาพบำบัด
                   (๒) เป็นผู้แทนสภากายภาพบำบัดในกิจการต่างๆ
                   (๓) เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการสภากายภาพบำบัด
                   (๔) มอบหมายเป็นหนังสือให้กรรมการสภากายภาพบำบัดอื่นปฏิบัติหน้าที่แทนตามที่เห็นสมควร
                   (๕) เลือกกรรมการสภากายภาพบำบัดเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการ รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ และเหรัญญิก ตำแหน่งละหนึ่งคน และอาจเลือกกรรมการฯ เพื่อดำรงตำแหน่งอื่นได้ตามความจำเป็น รวมถึงมีอำนาจถอดถอนบุคคลที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวด้วย
          ๓.๓ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๔ (๒) กำหนดให้อุปนายกสภากายภาพบำบัดคนที่หนึ่ง เป็นผู้ช่วยนายกสภากายภาพบำบัดในกิจการอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกสภากายภาพบำบัดตามที่นายกสภากายภาพบำบัดมอบหมายและเป็นผู้ทำการแทนนายกสภากายภาพบำบัดเมื่อนายกสภากายภาพบำบัดไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้        
๓.๔ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๔ (๓) กำหนดให้อุปนายกสภากายภาพบำบัดคนที่สอง เป็นผู้ช่วยนายกสภากายภาพบำบัดในกิจการอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกสภากายภาพบำบัดตามที่นายกสภากายภาพบำบัดมอบหมาย และเป็นผู้ทำการแทนนายกสภากายภาพบำบัดเมื่อทั้งนายกสภากายภาพบำบัดและอุปนายกสภากายภาพบำบัดคนที่หนึ่งไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
          ๓.๕ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๔ (๔) กำหนดให้เลขาธิการ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(ก) ควบคุมบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่สภากายภาพบำบัดทุกระดับ
(ข) ควบคุมรับผิดชอบในงานธุรการทั่วไปของสภากายภาพบำบัด
(ค) รับผิดชอบในการดูแลรักษาทะเบียนสมาชิก ทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด และทะเบียนอื่นๆ ของสภากายภาพบำบัด
(ง) ควบคุมดูแลทรัพย์สินของสภากายภาพบำบัด
(จ) เป็นเลขานุการคณะกรรมการสภากายภาพบำบัด
          ๓.๖ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๔ (๕) กำหนดให้           รองเลขาธิการ เป็นผู้ช่วยเลขาธิการในกิจการอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของเลขาธิการตามที่เลขาธิการมอบหมาย และเป็นผู้ทำการแทนเลขาธิการเมื่อเลขาธิการไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
          ๓.๗ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๔ (๖) กำหนดให้ประชาสัมพันธ์ มีอำนาจหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ แนะนำ และเผยแพร่กิจการของสภากายภาพบำบัดแก่ประชาชนและองค์กรอื่น       
๓.๘ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๔ (๗) กำหนดให้เหรัญญิก มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล รับผิดชอบการบัญชี การเงิน และการงบประมาณของสภากายภาพบำบัด
          ๓.๙ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๔ (๘) และ (๙) กำหนดให้     ผู้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาและผู้ดำรงตำแหน่งอื่น มีอำนาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมการกำหนด
          ๓.๑๐ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๑๖ วรรคสี่ กำหนดให้นายกสภากายภาพบำบัด อุปนายกสภากายภาพบำบัดคนที่หนึ่ง และอุปนายกสภากายภาพบำบัดคนที่สอง ดำรงตำแหน่งตามวาระของกรรมการตามมาตรา ๑๔ (๔) และมาตรา ๑๖ วรรคห้า กำหนดว่า เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภากายภาพบำบัดพ้นจากหน้าที่ ให้เลขาธิการ รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ เหรัญญิก และผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามวรรคสองพ้นจากตำแหน่งด้วย
 
๔.สภานายกพิเศษ
          ๔.๑ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๑๐ กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขดำรงตำแหน่งสภานายกพิเศษแห่งสภากายภาพบำบัด
          ๔.๒ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕ กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งออกระเบียบและประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ออกกฎหมายลำดับรองหรือกฎหมายอนุบัญญัติ ได้แก่ กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๙       เพื่อปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว
          ๔.๓ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๖ กำหนดให้สภานายกพิเศษจะเข้าฟังการประชุมและชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุมคณะกรรมการสภากายภาพบำบัดหรือจะส่งความเห็นเป็นหนังสือไปยังสภากายภาพบำบัดในเรื่องใดๆ ก็ได้  
๔.๔ พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๗ กำหนดให้สภานายกพิเศษมีอำนาจหน้าที่ในการให้ความเห็นชอบหรือยับยั้งมติของคณะกรรมการสภากายภาพบำบัด        ในกรณีดังต่อไปนี้
         
(๑) การออกข้อบังคับสภากายภาพบำบัด
          (๒) การกำหนดแผนการดำเนินงานและงบประมาณของสภากายภาพบำบัด
          (๓) การให้สมาชิกแห่งสภากายภาพบำบัดพ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา ๑๓ (๔)
          (๔) การวินิจฉัยชี้ขาดให้พักใช้ใบอนุญาตหรือให้เพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๔๒ วรรคสาม (๔) หรือ (๕)
และกำหนดว่า ให้นายกสภากายภาพบำบัดเสนอมติต่อสภานายกพิเศษโดยไม่ชักช้า สภานายกพิเศษอาจมีคำสั่งยับยั้งมตินั้นได้ ในกรณีที่มิได้ยับยั้งมติตาม (๑) ภายในสามสิบวันหรือมิได้ยับยั้งมติตาม (๒) (๓) หรือ (๔) ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับมติที่นายกสภากายภาพบำบัดเสนอ ให้ถือว่าสภานายกพิเศษให้ความเห็นชอบมตินั้น
                  ถ้าสภานายกพิเศษยับยั้งมติใด ให้คณะกรรมการสภากายภาพบำบัดประชุมพิจารณาอีกครั้งหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการยับยั้ง ในการประชุมนั้นถ้ามีเสียงยืนยันมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการสภากายภาพบำบัดทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนั้น ก็ให้ดำเนินการตามมติ   นั้นได้
         
บรรณานุกรมอ้างอิง
พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ.๒๕๔๗ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑
         ตอนพิเศษ ๖๕ ก วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๔๗ หน้า ๕๗ -๖๒

ผู้เขียน : Preecha Asawakosinchai

Poste : 04 พ.ย. 2559 เวลา 10:14 น.

ป้ายกำกับ : law2

^